นโยบายความเป็นส่วนตัว ภายนอกองค์กร สำหรับนักลงทุน

บทนำ

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและเคารพถึงสิทธิในความเป็นส่วนตัวของผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบฉันทะหรือผู้แทนผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ หรือบุคคลอื่นผู้เข้าร่วมการประชุมเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนสัมพันธ์ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทฯ มาโดยตลอด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เปิดเผยหรือถูกจัดเก็บโดยบริษัทฯ จากนิติสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทฯ รวมถึงความสัมพันธ์ทางสัญญา การกรอกแบบฟอร์ม หรือการเข้าใช้งานทางออนไลน์ ซึ่งต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของเอกสาร ไฟล์งาน เว็บไซต์ www.siammakro.co.th แอปพลิเคชั่นและบริการออนไลน์ของบริษัทฯ ทั้งหมด (ซึ่งต่อไปในที่นี้จะรวมเรียกว่า “เว็บไซต์”) บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องไปใช้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมต่างๆ ดังที่จะกล่าวต่อไปในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “นโยบาย”

ขอบเขตนโยบาย

นโยบายนี้ครอบคลุมถึง

  • วิธีที่บริษัทฯ ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ
  • วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • การส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ
  • ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิของท่าน
  • การปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • โปรแกรมคุกกี้ (Cookies) และข้อมูลเชิงเทคนิค
  • กรณีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของบุคคลอื่น
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา

วิธีที่บริษัทฯ ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ

วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ

ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง เช่น

  • ขั้นตอนการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา ลงนามในสัญญา กรอกแบบฟอร์ม ส่งเอกสารประกอบ ทำแบบสอบถาม ลงทะเบียนต่าง ๆ หรือขั้นตอนการยื่นข้อเรียกร้องหรือคำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ
  • การติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางติดต่อต่าง ๆ เช่น ทางโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
  • บริษัทฯ อาจมีการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในของบริษัทฯ หรือแอปพลิเคชันของบริษัทฯ เป็นต้น
  • ข้อมูลระบุตัวตน ตัวอย่างเช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อนามสกุล วันเกิด รหัสประจำตัวประชาชน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร เลขที่หนังสือเดินทาง สัญชาติ อาชีพ ภาพถ่าย บันทึกภาพเคลื่อนไหว และ/หรือเสียง
  • ข้อมูลติดต่อ ตัวอย่างเช่น ที่อยู่การจัดส่งเอกสาร อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร
  • ข้อมูลการทำธุรกรรม ตัวอย่างเช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน ตัวอย่างเช่น ข้อมูลนายจ้างของท่าน ตำแหน่งงาน แผนกหรือฝ่ายที่ท่านสังกัด กรณีที่ท่านติดต่อบริษัทฯ ในฐานะนักวิเคราะห์
  • ข้อมูลทางเทคนิค ตัวอย่างเช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ความสนใจ การตั้งค่า หมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP Address) ข้อมูลการเข้าระบบ เมื่อท่านเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ
  • ข้อมูลอื่น ตัวอย่างเช่น หมายเลขบัญชีหลักทรัพย์ ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้น (เช่น จำนวนและหมายเลขหุ้นที่ถือ) ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากร ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับกระบวนการคัดกรองเพื่อป้องกันโรคติดต่อ (รวมถึงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)) เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของท่านและอาการน่าสงสัย การติดต่อโดยตรงกับผู้ป่วยยืนยัน ประวัติการเดินทาง ประวัติการพบปะทางสังคม ประวัติการกักตัว เป็นต้น ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลของครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดของท่านตามความจำเป็นในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวอื่น เช่น ศาสนา และ/หรือ หมู่เลือดที่ปรากฏบนสำเนาบัตรประชาชน เป็นต้น หากจำเป็น ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น
  • บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD)
  • หน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เช่น เว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่ค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
  • บริษัทฯ หรือหน่วยงานซึ่งท่านทำงานให้ กรณีอื่นๆ ภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ เช่น ผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด
  • ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกไว้

บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามข้อกำหนดภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ท่านได้ให้แก่บริษัทฯ อยู่แล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ใช้บังคับ ภายใต้บังคับของกฎหมาย บริษัทฯ จะยังคงใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เคยเก็บรวบรวมไว้ต่อไปเพื่อวัตถุประสงค์เดิมที่ท่านเคยให้ข้อมูลไว้ ทั้งนี้ ในกรณีจำเป็น บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หมู่เลือด เป็นต้น โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านก่อนหรือโดยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ผ่านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ หรือบุคคลใดๆ ซึ่งมีความเกี่ยวข้อง หรือที่จะกระทำการแทนหรือในนามบริษัทฯ ที่จำเป็นในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการต่างๆ ภายใต้นโยบายฉบับนี้ อาจอาศัย (1) ฐานความยินยอม (Consent) (2) ฐานสัญญา (กล่าวคือ เพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา (Contract)) (3) ฐานหน้าที่ตามกฏหมาย (Legal Obligation) (4) ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate interest) (5) ฐานความจำเป็นเพื่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และ (6) ฐานความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บางประการ โดยมีวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

  1. เพื่อจัดประชุมผู้ถือหุ้น เตรียมพร้อมและบริหารจัดการการเข้าร่วมประชุม และขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนนสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อการจัดการลงทะเบียนผู้ถือหุ้นภายใต้กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน และกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อการดำเนินการภายในต่างๆ รวมถึงติดต่อสื่อสาร และรับหรือส่งเอกสารระหว่างท่านกับบริษัทฯ เช่น การส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารแนบที่เกี่ยวข้อง และเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการมอบฉันทะ เป็นต้น
  2. เพื่อการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น
  3. เพื่อบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และ/หรือเสียง ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้น
  4. เพื่อดำเนินมาตรการที่จำเป็นในการป้องกันโรคติดต่อ เช่น กระบวนการคัดกรองบุคคลที่เข้าร่วมประชุมตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นต้น
  5. เพื่อการติดต่อสื่อสารและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทฯ เช่น แจ้งข้อมูลข่าวสารนักลงทุนหรือกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ที่บริษัทฯ อาจจัดขึ้นในอนาคตแก่ท่าน เป็นต้น
  6. เพื่อการสำรวจความพึงพอใจในกิจกรรมที่บริษัทฯ จัดขึ้น และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรมในอนาคต
  7. เพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ และการบริหารจัดการภายในองค์กร
  8. เพื่อการสืบสวน สอบสวน ตามกระบวนการทางกฎหมายและกฎระเบียบอื่นใด และเพื่อรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการตามกฎหมาย หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการ ศาล หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ รวมทั้งเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  9. เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคาร และสถานที่ของบริษัทฯ รวมถึงการแลกบัตรก่อนเข้าบริเวณพื้นที่ดังกล่าว และการบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อกับบริษัทฯ ณ อาคาร และสถานที่ของบริษัทฯ ด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)
  10. เพื่อโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัทฯ ในฐานะคู่สัญญา หรือในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการ ผู้แทน ผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้ปฏิบัติงานในนามของนิติบุคคล เช่น การควบรวมกิจการหรือการโอนสัญญา ซึ่งได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
  11. เพื่อดำเนินการอื่นใดอันเป็นการรักษาสิทธิหรือผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่อาจพึงมีในอนาคต ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้างต้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อบริษัทฯ ในการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ ที่ใช้บังคับหรือการปฏิบัติตามสัญญา หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นดังกล่าว บริษัทฯ อาจมีความรับผิดตามกฎหมาย และ/หรือ ไม่สามารถบริหารหรือจัดการสัญญา หรืออำนวยความสะดวกให้กับท่านได้ ในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือดำเนินการประมวลผลใดๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ บริษัทฯ จะแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไว้ในเว็บไซต์ หรือแจ้งเป็นหนังสือให้ท่านทราบ โดยอาจจะต้องมีการขอความยินยอมจากท่านเพิ่มเติม

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้ ดังต่อไปนี้

  1. ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการเก็บและทำลายเอกสาร โรงพิมพ์ ผู้จัดงานกิจกรรม ผู้รับจ้างพัฒนาและดูแลระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ตรวจสอบบัญชี ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมายและภาษี ที่ปรึกษาใด ๆ
  2. หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงเจ้าพนักงานซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย
  3. ผู้รับโอนสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ใด ๆ จากบริษัทฯ รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้รับโอนดังกล่าวให้ดำเนินการแทน เช่น กรณีปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมหรือซื้อกิจการ เป็นต้น ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทหรือองค์กรที่ได้รับข้อมูลมีมาตรฐานในการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ เพื่อป้องกันความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น และหากการเปิดเผยใดๆ มีความจำเป็นต้องขอความยินยอม ทางบริษัทฯ จะดำเนินการขอความยินยอมก่อนจะมีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

ระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ กล่าวคือ ตลอดระยะเวลาที่ท่านมีนิติสัมพันธ์กับทางบริษัทฯ หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือจนกว่าท่านได้แจ้งความประสงค์ให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของบริษัทฯ

สิทธิของท่าน

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด

1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านและอยู่ในความดูแลของบริษัทฯ หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมได้ บริษัทฯ จะจัดส่งสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้ท่านภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับคำขอ และ/หรือตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ในบางกรณีบริษัทฯ อาจทำการขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและสิทธิของท่านอันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

2 สิทธิขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นด้วยวิธีอัตโนมัติ และมีสิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

3 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านเมื่อใดก็ได้ ในกรณีตัวอย่างดังต่อไปนี้

  1. เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
  2. เพื่อการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือ สถิติ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

4 สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

ท่านมีสิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
  2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยได้ต่อไป
  3. เมื่อท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและบริษัทฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิเสธได้
  4. เมื่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

5 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการขอให้ระงับใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลว่ามีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ หรือไม่
  2. เป็นข้อมูลที่ต้องลบหรือทำลายเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่ท่านขอให้ระงับแทน
  3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล แต่ท่านยังมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  4. เมื่อบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการพิสูจน์สิทธิในการปฏิเสธคำขอการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่เมื่อการถอนความยินยอมนั้นถูกจำกัดโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน

ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ ก่อนหน้าแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

7 สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

บริษัทฯ ต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากบริษัทฯ ปฏิเสธคำขอของท่าน บริษัทฯ จะบันทึกการปฏิเสธดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลลงในบันทึกรายการ กรณีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ที่ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการนายทะเบียนหลักทรัพย์

8 สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่บริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศที่ออกตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การใช้สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสามารถทำได้ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการใช้สิทธิต่างๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน กรุณาส่งคำร้องผ่านเว็บไซต์ www.siammakro.co.th หัวข้อ การใช้สิทธิตาม PDPA หรือ ติดต่อเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่สาขา หรือ call center เบอร์โทร 02-779-9955 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8:00-18:00 น.

การปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้มีการเปลี่ยนแปลงไป ท่านต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ หรือทำการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกต้องและทันสมัยตลอดเวลา ทั้งนี้ ท่านเข้าใจและตกลงว่า หากข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้ไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการของบริษัทฯ และบริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับท่านหรือบุคคลภายนอกอันเป็นผลจากการที่ท่านไม่ได้แก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง

มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ ขอรับรองว่าข้อมูลที่จัดเก็บทั้งหมดจะถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานในการรักษาความปลอด ภัยอย่างเคร่งครัด หากท่านมีเหตุให้เชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกละเมิด หรือมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ

โปรแกรมคุกกี้ (Cookies) และข้อมูลเชิงเทคนิค

โปรแกรมคุกกี้ (Cookies) จะถูกส่งไปในเว็บบราวเซอร์ของท่านหรือบนอุปกรณ์ของท่าน เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์หรือเรียกดูข้อความ โดยโปรแกรมนี้จะเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ รวมถึงข้อมูลทางเทคนิคซึ่งอาจหมายถึงชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ความสนใจ การตั้งค่า หมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย (IP Address) ข้อมูลการเข้าระบบ ประเภทบราวเซอร์ และเวอร์ชั่น การตั้งค่าเวลาและที่ตั้ง การเชื่อมต่อและประเภทของบราวเซอร์ที่ใช้เชื่อมต่อ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม และเทคโนโลยีอื่นๆ บนอุปกรณ์ที่ท่านใช้เข้าระบบ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถติดต่อและจดจำบราวเซอร์หรืออุปกรณ์ของท่านได้ อีกทั้งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์จะให้มีการใช้โปรแกรมคุกกี้ ท่านสามารถปฏิเสธการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธไม่ใช้โปรแกรมคุกกี้นี้อาจส่งผลกระทบต่อท่านในการใช้งานเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ของบริษัทฯ เนื่องจากข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ หรืออาจทำให้ต้องใช้เวลาในการขอข้อมูลเพิ่มเติม ( ทั้งนี้ ท่านสามารถทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมคุกกี้ (Cookies) ได้ที่นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy) ของบริษัทฯ ที่ https://www.siammakro.co.th/cookies-policy.php

กรณีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของบุคคลอื่น

เว็บไซต์ของบริษัทฯ อาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ของบุคคลอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการอำนวยความสะดวกในการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้อาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ข้อมูลดังกล่าว หรือในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ที่เป็นของบุคคลอื่น หรือในการจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เหล่านี้แต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เหล่านี้อย่างระมัดระวังก่อนที่ท่านจะเข้าใช้บริการในเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นๆ ต่อไป

การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ตลอดเวลาตามที่เห็นสมควร โดยแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทฯ จะแจ้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงดังกล่าวเอาไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา หรือ แจ้งเป็นหนังสือให้ท่านทราบ

การแจ้งเหตุละเมิดและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดและการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้น บริษัทฯ กำหนดให้ผู้แจ้งเหตุละเมิด ต้องแจ้งไปยังช่องทางต่างๆ ที่บริษัทฯ กำหนดไว้ หรือแจ้งต่อ DPO โดยทันที โดยช่องทางในการแจ้งเหตุละเมิดฯ มีดังนี้

เบอร์โทรศัพท์: 02-067-9700 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8:00-18:00 น.
อีเมล: : DPO@siammakro.co.th

ติดต่อเรา

หากท่านมีความเห็น ข้อเสนอแนะ คำถาม หรือต้องการร้องเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ที่

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)

สถานที่ติดต่อ: 1468 ถนนพัฒนาการ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250

เบอร์โทรศัพท์: 02-779-9955 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 8:00-18:00 น.

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สถานที่ติดต่อ: 1468 ถนนพัฒนาการ แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250

อีเมล: DPO@siammakro.co.th

QR code