คู่คิดธุรกิจอาหาร

“Gelatrio” สร้างความต่าง บนเส้นทางความสำเร็จที่เริ่มจากใจรัก

ไอศกรีมในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นสูตรอเมริกา ซึ่งจะมีความต่างจากอิตาลีในเรื่องของเนื้อสัมผัส
อิตาลีเนื้อไอศกรีมจะนุ่ม มีอากาศอยู่ในเนื้อไอศกรีมน้อยมาก ทำให้มีความเหนียวหนืด ละเอียด
เนียนมาก เวลาที่กินจะมีความละมุนนุ่มในปากไม่มีการบาดปากเหมือนกับกินเกล็ดน้ำแข็ง

“เป็นธุรกิจแรกของเราทั้งคู่ ซึ่งหากจะถามว่า อะไรทำให้เรามาถึงวันนี้ได้ ก็ต้องบอกเลยว่า
อึด ถึก ทน เพราะสิ่งที่เราทำมันแตกต่างจากสิ่งที่ลูกค้าคุ้นเคย อะไรๆ มันจึงไม่ง่าย”


มีธุรกิจเป็นของตัวเอง คือหนึ่งในกระแสนิยมของคนยุคสมัยนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่เริ่มต้นแล้วสำเร็จตามที่คิด ส่วนใหญ่ธุรกิจ Startup มักสะดุดหยุดลงในเวลาไม่นาน สาเหตุมักมาจากใจร้อนรีบลงทุนโดยขาดการวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบและที่สำคัญคือ เน้นใช้เงินทุนไม่ได้ทุ่มเทด้วยตัวเองเต็มร้อย ซึ่งต่างจาก Startup สำเร็จ ที่ทุ่มทั้งตัวและใจเกิน 100% อย่างเช่นคุณบีมและคุณคิตตี้สองหุ้นส่วน ร้าน “Gelatrio” ร้านไอศกรีม Gelatrio สูตรต้นตำรับจากอิตาลี ทั้งคู่เริ่มมีความฝันอยากเปิดร้านไอศกรีมตั้งแต่ได้ลองชิมรสชาติไอศกรีม Gelatrioเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่อังกฤษ เป็นความหลงใหลในไอศกรีมที่ทั้งคู่บอกว่า แตกต่างจากไอศกรีมที่เคยกิน จากความประทับใจกลายเป็นความคิดจริงจังการสร้างธุรกิจของตัวเอง แต่เส้นทางธุรกิจของทั้งคู่ไม่ได้เรียบหรูเพราะกว่าจะมาถึงจุดที่ธุรกิจพ้นจากจุด Startup มาได้ ทั้งคู่ต่างบอกว่า ท้อและเหนื่อยสุดๆ เพราะสิ่งที่ทำไม่ใช่แค่ธุรกิจแต่มันคือความรักจึงต้องทุ่มเทสุดตัวเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ

ทำไมต้อง Gelatrio สูตรต้นตำรับจากอิตาลี

จากกิจกรรมยามว่างตอนไม่มีชั่วโมงเรียนของทั้งคุณบีมและคุณคิตตี้ที่จะชอบกันชวนตระเวนหาของกิน โดยเฉพาะไอศกรีมซึ่งเป็นของโปรดกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่วันนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคู่เล่าว่า ครั้งแรกที่ได้ลองชิมไอศกรีม Gelato ให้ความรู้สึกแตกต่างจากประสบการณ์เคยทานไอศกรีมมาก่อน

“ไอศกรีมในบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นสูตรอเมริกา ซึ่งจะมีความต่างจากอิตาลีในเรื่องของเนื้อสัมผัส อิตาลีเนื้อไอศกรีมจะนุ่ม มีอากาศอยู่ในเนื้อไอศกรีมน้อยมาก ทำให้มีความเหนียวหนืด ละเอียด เนียนมาก เวลาที่กินจะมีความละมุนนุ่มในปากไม่มีการบาดปากเหมือนกับกินเกล็ดน้ำแข็ง” คุณคิตตี้เล่าถึงความต่างของไอศกรีม Gelato

ซึ่งไอศกรีม Gelato ที่ทั้งคู่ได้ทานเป็นสูตรต้นตำรับมาจากอีตาลี จากความชอบในรสชาติกลายเป็นการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

“เราเห็นช่องว่างของตลาดไอศกรีมในบ้านเรา เพราะส่วนใหญ่คนไทยจะคุ้นเคยกับไอศกรีมตามร้านสะดวกซื้อ แต่ไอศกรีมที่มีความเป็นพรีเมี่ยมของรสชาติ และเนื้อไอศกรีมยังมีไม่มาก โดยเฉพาะไอศกรีม Gelatrio อิตาลีแท้ๆ ในบ้านเราแทบไม่มีเลย ซึ่งเราคิดว่าถ้าสามารถสื่อสารเรื่องราวความเป็นไอศกรีม Gelato อิตาลีให้คนเข้าใจได้ว่าความแตกต่างคืออะไร ตลาดในบ้านเราก็น่าจะตอบรับ จึงคิดกันว่าเรียนจบกลับไปจะลงทุนเปิดร้าน”

ซึ่งไม่ใช่แค่ความคิดเล่นๆ ชั่ววูบเพราะทั้งคู่จริงจังถึงขั้นใช้เวลาช่วงปิดเทอมเดินทางไปลงคอร์สเรียนทำสูตรไอศกรีมถึงอิตาลี เพื่อต้องการรู้ว่าไอศกรีม Gelato สไตล์อิตาลีต้องทำอย่างไร จนเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการผลิต

กว่าจะมีร้านแรกไม่ง่ายอย่างที่คิด

หลังเรียนจบกลับมาทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปช่วยงานของครอบครัว แต่เป้าหมายเปิดร้านไอศกรีม Gelato ไม่มีเปลี่ยน ทุกวันหลังเลิกงานประจำ ทั้งคู่จะมาช่วยกันพัฒนาสูตรไอศกรีมโดยใช้ความารู้ที่เรียนมา

“กว่าจะมีร้านแรกใช้เวลาเกือบปี เพราะเราต้องช่วยงานที่บ้าน ทำให้ไม่มีเวลามากพอในการพัฒนาสูตร ทุกวันหลังเลิกงานก็จะมาช่วยกันทดลองทำกัน ผสมสูตร ปรับปรุงรสชาติทำกันจน เพราะเราต้องการให้ได้รสชาติ เนื้อสัมผัสแบบ Gelato อิตาลีจริงๆ ไม่ใช่แค่เหมือน หรือใกล้เคียง แต่ต้องมาตรฐานเดียวกันเลย ก็ได้ญาติ เพื่อนๆ เป็นนักชิม ทำไปปรับสูตรไป กว่าจะลงตัวก็เป็นปี”้

ไม่ใช่เฉพาะรสชาติอาหารที่เป็นอีสานแท้ สไตล์การแต่งร้านในแต่ละสาขาก็มีความเป็นลูกอีสานมีเอกลักษณ์ของแต่ละสาขา เพิ่มเติมความเป็นโมเดิร์นในการจัดตกแต่งจานอาหารให้ดูสวยงามเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าที่นิยมการถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียล

แผนธุรกิจต้องชัด ทุนทุกบาทต้องใช้คุ้มค่า

ถึงวันนี้แบรนด์ “Gelatrio” ของทั้งคู่เติบโตมาได้ 2 ปีแล้ว เป็น 2 ปีที่ทั้งคู่บอกว่าทั้งเหนื่อยสุดๆ แต่ก็สนุก

“ช่วงแรกๆ จะเหนื่อยมากเพราะยังไม่มีระบบ เราทำทุกอย่างกันเอง เป็นทุกหน้าที่ กลางวันออกอีเว้นท์ กลางคืนผลิตผลิฒนาสูตร นอนเกือบสว่างเป็นวัฐจักรแบบนี้อยู่หลายเดือนเลย จนกระทั่งเราเริ่มมีฐานลูกค้าที่รู้จักเราจำนวนหนึ่ง ทำให้สามารถขยายสาขาได้ เริ่มมีรายรับเพิ่มขึ้น สามารถจ้างพนักงานหน้าร้านได้ เริ่มว่างระบบจัดการทำให้การทำงานวุ่นวายน้อยลง มีเวลามากขึ้น”

คุณบีมและคุณคิตตี้เล่าว่า ทั้งคู่ต้องรอบคอบในการใช้งบประมาณทุกบาท เพราะเป็นการลงทุนทำธุรกิจที่แม้จะมีความรักเป็นส่วนผสมแต่ธุรกิจก็ต้องมีกำไรหล่อเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้นการวางแผนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้นจึงสำคัญ

“ช่วงแรกๆ เรายอมเหนื่อยทำกันเองทุกหน้าที่ เพราะเราต้องใช้งบให้คุ้มค่า ช่วงแรกรายได้ยังไม่มาก เนื่องจากสินค้าเรามีความใหม่ในตลาดคนยังไม่รู้จัก หากเราเริ่มต้นด้วยการจ้างคนมาทำในแต่ละส่วนงานก็เท่ากับต้องแบกต้นทุน จึงยอมเหนื่อยทำกันเอง แผนธุรกิจต้องชัดเจนว่าเราจะทำอะไรแต่ละลำดับ อย่างช่วงแรกๆ เรายังไม่ลงทุนเปิดร้าน แต่ไปออกงานอีเว้นท์ยอมเหนื่อยตระเวนออกงาน พอเริ่มมีรายได้ระดับหนึ่งจึงเริ่มมีหน้าร้านแบบคีออส โดยเราเลือกทำเลตั้งร้านในห้างเป็นหลัก เพราะในห้างมีทราฟฟิกแบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องลงทุนทำการตลาดมาก หน้าที่เราคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าเข้ามาที่ร้านและซื้อ”

เลือกทำเลในเมืองเส้นรถไฟฟ้าให้ลูกค้าสะดวก

ซึ่งประสบการณ์ลุยด้วยตัวเองกลายเป็นสิ่งที่ทั้งคู่บอกว่ามีค่าอย่างมาก

“การลงไปทำเองทุกอย่างตั้งแต่แรก ใส่กับมันเต็มที่ เซ็ตอัพระบบต่างๆ เองช่วยให้เราเรียนรู้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ทุกจุด รู้จักสินค้าของเรา รู้จักลูกค้าของเราอย่างดี การที่เราไปยืนขายเองแล้วได้รับคำติชมจากลูกค้าก็ทำให้เรานำกลับมาปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ซึ่งสำหรับเราถือว่ามีความสำคัญมากต่อการทำธุรกิจ”

ความอยากสุดอยู่ที่ ลูกค้าคนแรก

ถึงแม้ว่าไอศกรีม Gelato จะมีความแตกต่างจากไอศกรีมทั่วไป ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัส แต่ด้วยราคาที่แพงกว่าทำให้กลายเป็นความยากของการตอบรับเนื่องจากความคุ้นชิ้นกับราคาไอศกรีมตามร้านสะดวกซื้อ ดังนั้นความยากสุดในการสร้างแบรนด์ “Gelatrio” คุณบีมและคุณคิตตี้บอกว่าอยู่ที่ “ลูกค้าคนแรก”

“ช่วงแรกๆ การตอบรับจากลูกค้าน้อยมาก เพราะลูกค้าไม่รู้จักสินค้าเรา กับราคาที่แพงกว่าไอศกรีมที่เขาคุ้นเคย ของเราถ้วย 60-70 บาท ก็มีท้อเหมือนกัน เพราะเราตั้งใจทำมาก ทุกอย่างคุณภาพดีหมด ใช่แต่ของพรีเมีย แต่คนไม่ซื้อ เราก็ไม่เข้าใจ จนเมื่อลองมาคิดในมุมลูกค้าเริ่มเข้าใจในความหมายของคำว่าความคุ้นชิน และความแตกต่าง เราจึงมาเน้นให้ลูกค้าได้ลองกินเพื่อให้เขารู้ความแตกต่างด้วยตัวเอง”

“หลังจากผ่านเดือนแรกที่ทำเอาความท้อ เดือนที่ 2-3 กำลังใจเริ่มมาเพราะมีลูกค้าเคยชิมกลับมาซื้อใหม่ บางคนซื้อครั้ง 5-6 ถ้วย บางคนก็สั่งไปเลี้ยงฉลองวันเกิด วันปีใหม่ครั้งละ 30 ถ้วย ทำให้เรารู้ว่า วิธีสร้างการรับรู้ที่ได้ผลดีสุดก็คือ ให้ลูกค้าได้ลองด้วยตัวเอง อย่างครั้งหนึ่งไปออกงานอีเว้นท์ มีคุณป้าเดินมากอดบอกเราว่า ไม่เคยกินไอศกรีมที่ไหนอร่อยแบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งเป็นกำลังใจให้เราสู้มากขึ้น จนเดี๋ยวนี้เรามีลูกค้าประจำ มีลูกค้าที่สั่งไอศกรีมเราไปขายต่อในแบรนด์ตัวเอง”

 

ไม่ใช่แค่ธุรกิจแต่เพราะทำด้วยรัก ทุกอย่างจึงต้องพรีเมียม

อย่างที่บอกว่า ทั้งคู่ใส่ใจในการทำไอศกรีมอย่างมาก เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อไอศกรีมGelato อิตาลีแท้ๆ ดังนั้นวัตถุดิบ ส่วนผสมทุกอย่างจึงคัดเฉพาะเกรดพรีเมียมมาใช้ในการผลิต เพราะหัวใจหลักของคุณภาพมาจากวัตถุดิบที่นำมาผลิต

“ของเราทุกอย่างต้องเกรดพรีเมียมหมด เราไม่มีการลดต้นทุน เช่นใช้ครีมเทียม สารแต่งกลิ่น แต่งสี อะไรเหล่านี้เราไม่ใช่ เราใช่แต่ของสดของ ของดี เน้นความเป็นธรรมชาติจริงๆ สีสันต่างๆ ก็มาจากธรรมชาติ เพราะมันมีผลต่อรสชาติและความแตกต่างของคุณภาพที่สัมผัสได้โดยตรง แหล่งวัตถุดิบเราสั่งมาจากทั่วโลกเลย แต่ตัวที่เป็นพื้นฐานหลักๆ จะมาจากอิตาลีซึ่งแหล่งต้นตำรับ วัตถุดิบที่เป็นส่วนผสมเราก็จะคัดจากแหล่งที่มีชื่อเสียงในด้านนั้นๆ เช่น ช็อคโกเล็ตมาจากฝรั่งเศส ชาเขียวจากญี่ปุ่น ครีม ชีสจากนิวซีแลนด์ กาแฟมาจากอเมริกาใต้”

“สินค้าหลายๆ ตัวเราซื่อผ่านแม็คโคร ยกเว้นบางตัวแม็คโครไม่มีก็จะสั่งเองโดยตรง แต่สินค้าหลักๆ ที่ต้องแม็คโครที่เดียวก็คือของสดประเภทผลไม้ และท็อปปิงต่างๆ แม็คโครตอบความต้องการเราได้ครบ เช่นเราต้องการน้ำตาลทราย 100 กิโลกรัม ห้างอื่นไม่มีให้เรา แต่แม็คโครจัดให้ได้ เหรือผลไม้เราซื้อแต่ละครั้งเกือบร้อยกิโลกรัมห้างอื่นมีจำนวนไม่พอให้เราแต่แม็คโครไม่มีปัญหา ได้ของครบ ราคาคุ้มค่า ช่วยให้เราสะดวก ประหยัดต้นทุน ตั้งแต่เปิดร้านมาเราเป็นลูกค้าแม็คโครมาตลอด”

 

“อึก ทึก ทน” 3 คำสั้นๆ กับเคล็ดลับความสำเร็จ

จากประสบการณ์ 2 ปีในการลุยธุรกิจของตัวเองที่ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ทั้งคู่บอกว่าคุ้มค่าและมีความสุขในทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่มีในห้องเรียนอยู่ตลอดเวลา และแม้ทั้งคู่จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ แต่ด้วยการตอบรับของแบรนด์ “Gelatrio” ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งคู่เริ่มวางแผนสเต็ปต่อไปทั้งการเพิ่มสาขาคีออสและรูปแบบร้านสแตนอโลน ซึ่งคุณบีมและคุณคิตตี้บอกว่า เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงจะเริ่ม

และเมื่อถามถึงเคล็ดลับที่ทำให้ทั้งคู่ช่วยกันผ่านจุดยากของการเริ่มต้นธุรกิจมาได้แล้ว คุณบีมและคุณคิตตี้ให้คำตอบที่เป็นข้อคิดสำหรับคนที่กำลังจะเริ่ม Startup ได้อย่างน่าสนใจว่า

“ถ้าในมุมผู้ประกอบการ ความอึด ถึก ลุย คือตัววัดใจเลยว่าจะไปไหวหรือไม่ เพราะหากสินค้าเราคุณภาพดีแล้ว เชื่อว่า ลูกค้าพร้อมให้การตอบรับ ถ้าเขาได้รู้ว่ามันดี และดีอย่างไร ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ารับรู้ การสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจในสินค้าของเราถือว่ามีความสำคัญ และต้องรอคอยเวลาให้ลูกค้ารับรู้ในสินค้าของเรา ที่สำคัญต้องเปิดใจรับฟังคำติ เพื่อนำมาพัฒนารสสินค้าของเราให้ดีขึ้น”

ปัจจุบันร้าน“Gelatrio” มีสาขาคีออส 2 สาขา สาขาแรกโฮมโปรพระราม 3 ชั้น G สาขา 2 เซ็นทรัลปิ่นเกล้าชั้น 5 มีไอศกรีมGelato ให้เลือกมากกว่า 20 กว่ารสชาติ ซึ่งคุณบีมและคุณคิตตี้ยังคงคิดรสชาติใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะทั้งคู่บอกว่า รสชาติไอศครีมหาจุดสิ้นสุดได้ยากสามารถพัฒนาได้ไม่รู้จบ โดยทุกสูตรของ “Gelatrio” จะมีความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยสูตรผสมที่ไม่เหมือนใคร เช่น ไอศกรีมฮอกไกโดชีส ซึ่งใช้ชีสนำเข้ามาจากฮอกไกโดผสมอยู่ในเนื้อไอศกรีมเพื่อให้ได้ทั้งความอร่อยและรสสัมผัสของชีสจริงๆ เป็นหนึ่งในเมนูที่ต้องลอง

ขอบขอบคุณ

คุณปิยวัฒน์ พิพัฒนนันท์ (บีม)
คุณกฤตกนก ฐาปนากรวุฒิ (คิตตี้)
ร้าน “Gelatrio”